วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Make Your Own Marketing Radar

แอบยกบทความของต่างชาติมาแปลให้อ่านกันนะครับ
มันยากที่จะหาสิ่งที่คุณต้องการในอินเทอร์เน็ต แม้คุณจะมีเครื่องมือค้นหา แต่ก็เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากเวลาที่จะหาสิ่ง จะมีข้อมูลใหม่ๆที่น่าสนใจเราทุกวัน ๆ มีและยังไม่ได้ข้อมูล เพียงแต่มันเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่ดีสำหรับนักการตลาดพันธมิตร ให้ไปที่Google Alertที่จะได้รับตัวค้นหาของคุณลงในเว็บเบราเซอร์ของคุณจะแสดงแบบฟอร์มนี้ หากคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google ใด ๆ จากนั้นส่งอีเมลของคุณจะถูกแสดงใน"ส่งไปที่"รายการ คุณมีเพียงแค่ใส่ข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องรู้คำที่ใช้ค้นหาแล้วเลือกทุกอย่างชนิดหนึ่ง, ข่าว, บล็อก, วิดีโอหรือการสนทนา ฉันขอแนะนำให้เลือก"พูดคุย" คุณสามารถขอการแจ้งเตือน Google เพื่อที่จะส่งข้อมูลทุกวันหรือทุกครั้งเมื่อใดก็ตามที่มีข้อมูลใหม่ที่คุณต้องได้รับการจัดทำดัชนีใช่ว่าเป็นเพียงข้อมูลเท่านั้น แต่ถ้าคุณต้องการขายอะไร นั่นเป็นวิธีการเดียวกันคุณจะต้องพบสิ่งที่คุณต้องการที่จะขาย ผมถือว่าการขาย Nikon D90 แล้วคุณจะต้องป้อนคำค้นหาของคุณกับสิ่งที่ต้องการเหล่านี้





  • "ฉันจะได้รับ Nikon D90?"
  • "ฉันจะได้รับ Nikon D90?"
  • "ผมจะซื้อ Nikon D90?"
  • "ที่ไหนฉันสามารถซื้อ Nikon D90?"
นั่นคือแนวคิดที่เรียบง่ายที่เราไปขายสินค้าให้กับผู้หนึ่งที่ต้องการ มันเสียค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือนี้ แต่ไม่ลืมที่จะใช้""และ" ? " เพื่อให้ได้คำว่า ขณะนี้คุณเพียงเพื่อรอที่จะได้รับอีเมลจาก Google Alert แล้วไปที่ฟอรั่มลงทะเบียนให้ใส่คุณเชื่อมโยงในการตอบและการโพสต์หัวข้อที่ เพียงแค่ใช้ Google สำหรับการแจ้งเตือน แล้วคุณจะเห็นเว็บไซต์ที่ดีที่สุดที่มีจำนวนมากมายของคุณเป็นเป้าหมาย

เช้าวันใหม่กับรายการ The list

สวัสดีครับ สำหรับวันนี้พอดีผมได้ชมรายการ The list หลังข่าวภาคเช้า
สำหรับรายการวันนี้เค้านำเวปแรกของโลกมาให้เราชมกันครับและปัจจุบันก็ยังสามารถใช้งานได้อยู่
ผมเลยเอามาฝากเพื่อนๆ แวะไปชมกันครับ http://info.cern.ch/

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รู้ทันก่อนจะสายกับเว็บประมูลสินค้าครั้งละ 0.25 สตางค์

รู้ทันก่อนจะสายกับเว็บประมูลสินค้าครั้งละ 0.25 สตางค์


เกี่ยวกับเวปประมูลราคาถูกต่างๆ ที่เกิดใหม่ชวนให้เราอยากได้อยากซื้อลองมาค้นหาความจริงจากบทความนี้กันครับ
วันนี้ผมอ่านข้อความใน twitter มีคนนึง ถามถึงเว็บประมูลสินค้ารูปแบบใหม่ที่เปิดในเมืองไทย ว่าทำไมสินค้าถึงถูกจัง มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ (เช่นกระเป๋า Longchamp ราคาแค่ 1.5 บาท) ผมเลยอยากเล่าข้อมูลเพิ่มเติม ให้ผู้ที่เคยเห็นโฆษณา หรือเว็บเหล่านี้ ได้รับทราบก่อนข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมประมูล
วิธีการประมูลสินค้าแบบใหม่นี้ ทางอเมริกาจะเรียกว่า Penny Auction หรือใน wikipedia จะใช้คำว่า Bidding fee auction เชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากทางยุโรป แล้วก็มายังอเมริกา และที่อื่นๆ รวมถึงเมืองไทยด้วย โดยวิธีการเข้าร่วมประมูลคือ ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมเพื่อซื้อสิทธิ์ในการประมูลสินค้า ยกตัวอย่างเช่นจ่ายเงิน 100 บาท เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการประมูล 20 ครั้ง โดยราคาสินค้าส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ราคาต่ำมาก หรือเริ่มที่ 0 บาท และจะเพิ่มขึ้นเพียงครั้งละไม่กี่สตางค์ โดยใครประมูลราคาสูงสุดภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับสินค้าไปโดยชำระเงินเพิ่มในราคาที่ประมูลได้ แต่ถ้ามีคนเข้ามาประมูลราคาเพ่ิมเมื่อใกล้เวลาที่กำหนด เวลาที่นับถอยหลังอยู่ก็จะเพิ่มขึ้น 10-20 วินาที เพื่อให้โอกาสผู้ประมูลรายอื่น ประมูลราคาเพิ่ม…
อ่านถึงตรงนี้ ดูเผินๆ วิธีการประมูลแบบใหม่นี้ก็เหมือนจะเป็นวิธีการที่ดี ไม่ได้สลับซับซ้อน หรือดูน่ากลัวสักเท่าไหร่ แต่ลองมาคิดกันเล่นๆ ว่า….
- มีสินค้าใหม่มาประมูลเป็น ipad2 ราคาเริ่มต้นประมูลที่ 0 บาท
- ผู้เข้าประมูลซื้อสิทธิ์การประมูล 10 ครั้ง ในราคา 50 บาท
- โดยแต่ละครั้งที่มีคนประมูลราคาเพิ่ม จะเพิ่มครั้งละ 25 สตางค์
- สุดท้ายสมมุติว่า ราคาสุดท้ายที่ประมูลได้คือ 2,500 บาท
ตั้งแต่เริ่มประมูลมา ทุกๆการประมูล จะต้องเสียค่าสิทธิ์ในการประมูล 5 บาท ราคาสุดท้ายคือ 2,500 บาท ก็คือมีคนประมูลทั้งสิ้น 2,500/0.25 = 10,000 ครั้ง เท่ากับว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้เงินจากค่าซื้อสิทธิ์ในการประมูลทั้งส้ิน (10,000×5)=50,000 บาท ถ้าราคา ipad2 ที่ซื้อมา 30,000 บาท เว็บไซต์ดังกล่าวก็จะได้กำไรไป 50,000-30,000=20,000 บาท บวกกับ 2,500 ที่ลูกค้าประมูลได้!!!!
ผู้ที่ประมูลได้ อาจจะเสียเงินแค่ 2,500 บาท กับ ค่าสิทธิ์ในการประมูลไม่กี่ร้อยบาท เท่ากับว่าเป็นการซื้อ ipad2 ในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ ดูยังไงๆ ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก แต่ในทางกลับกันก็อาจจะมีลูกค้าบางคนที่เสียเงินในการประมูลครั้งนี้ไปหลายพันบาท โดยไม่ได้อะไรเลยเช่นกัน
วิธีการประมูลแบบใหม่นี้ เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับการซื้อหวยแหละครับ โชคดีก็ได้ โชคร้ายมีคนประมูลเพิ่มก็เสียเงินฟรี แล้วก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่เห็นสินค้าที่อยากได้ ในราคาที่ถูกมากๆ ก็อยากจะลองดู โดยเผื่อว่าจะดวงดีได้ของดีราคาถูก แต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีอาจจะเสียเงินค่าประมูลไปเป็นพันๆ โดยที่ไม่ได้อะไรเลย
นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องที่ต้องระวังอีกมากสำหรับการประมูลแบบนี้เพราะ
1. บางเว็บอาจจะมีตั้งโปรแกรมไว้ ให้เว็บทำการประมูลราคาเพิ่มอัตโนมัติ สำหรับสินค้านั้นมีคนประมูลน้อยเกินไปหรือยังได้เงินไม่คุ้ม
2. ถ้าโชคดีประมูลของได้ อาจจะโชคร้ายไม่ได้ของที่ประมูล เพราะบางเว็บเปิดมาเพื่อหลอกลูกค้าโดยเฉพาะ (พบบ่อยมากในอเมริกา)
3. บางเว็บทำตัวเหมือนใจดี มีโปรแกรมช่วยทำการประมูลอัตโนมัติ คือจะทำการประมูลให้อัตโนมัติไปเรื่อยๆ ขณะที่คุณนอน กินข้าว โดยสามารตั้งให้ประมูลพร้อมกัน ได้หลายสินค้าด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เสียสิทธิ์ในการประมูลจนหมด โดยไม่ได้อะไรเลย…
ผมขอเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บเหล่านี้ในอเมริกาอีกสักหน่อยนะคับ
จากการที่มีผู้โชคร้าย เสียเงินเป็นจำนวนมากในอเมริกา ทำให้มีเกิดการฟ้องร้องกันมากมาย หรือมีการตรวจสอบว่าวีธีการดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ผมทราบตอนนี้คือ วิธีดังกล่าวยังไม่ถือว่าผิดกฎหมาย และผู้เสียหายจำนวนมากก็ไม่สามารถร้องเรียนอะไรคืนได้ และพอมีคนบ่นมากๆเข้า ก็จะมีคนที่ไปเขียนตามเว็บไซต์ ตามบล็อกต่างๆ เพื่อเตือนคนอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้เมื่อมีคน ค้นหา ชื่อเว็บนั้นๆ ใน googleๆ ก็จะแสดงผลลัพธ์ของผู้ที่เสียหายด้วย ทำให้บางเว็บที่โดนด่าหนักๆ ปิดเว็บหนีหายไปแต่สักพักก็โผล่มาจดชื่อเว็บใหม่ เปิดหลอกลูกค้าเหมือนเดิมอีก ยิ่งไปกว่านั้นเว็บเหล่านี้ก็แก้เกมกลับด้วยการทำ SEO การเขียนบล็อก การทำ PR ทุกวิถีทาง (ผมเคยเห็นเว็บที่เค้าทำเลียนแบบเว็บหนังสือพิมพ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเอารูปผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ มาตัดต่อใส่และมีการพาดหัวไว้ด้วยว่าเว็บของตัวเองตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ชั้นนำต่างๆ มากมาย มีการออกอากาศ รวมถึงมีการเอาโลโก้หนังสือพิมพ์กับสถานีโทรทัศน์มาใส่ด้วย) เพื่อให้เวลามีคนค้นหาใน google จะได้มีแต่ชื่อเสียงในแง่ดีว่า มีคนได้ของราคาถูกมากมาย …ถ้าคุณลอง search คำว่า penny auction ใน google จะมีเว็บทั้งที่เป็นเว็บที่คอยเตือนผู้ใช้ และเว็บที่ถูกทำขึ้นโดย พวกเว็บประมูลเพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ลูกค้าเข้าไปใช้งาน จะกดเข้าไปอ่านเว็บไหนก็อ่านให้ดีๆ นะครับ
ถ้าเกิดมีเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก สอบถามเกี่ยวกับเว็บประมูลประเภทนี้ ก็เตือนๆ กันไว้หน่อยก็ดีนะครับ นอกเสียจากว่า คุณเองก็อยากจะลองวัดดวงด้วย ซึ่งผมก็คงห้ามอะไรไม่ได้ แต่ผมยังคงเชื่อในคำที่แม่สอนไว้ตอนเด็กๆ ว่า โลภมาก ลาภจะหายครับ…
ขอบคุณบทความจาก http://narongch.com

ทำความรู้จักกับ Google Panda

ทำความรู้จักกับ Google Panda พร้อมทั้งวิธีหลบหลีกจากการตกเป็นเหยื่อ


แพนด้าเขาว่าน่ารัก แต่ทำไมคนทำเว็บถึงกลัวแพนด้ากันนัก?
แพนด้าเป็นชื่อเรียกของสัตว์ที่เราๆคุ้นเคยกันดีกับความน่ารักของมัน แต่ใครจะรู้บ้างว่า google เองกลับเอาชื่อแพนด้าไปใช้ในการตั้งชื่อ Algorithm ตัวใหม่ที่คิดค้นโดย Matt Cutts และ Amit Singhal พนักงานชื่อดังแห่ง google ซึ่ง Algorithm ตัวใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเว็บขยะทั้งหลายแหล่ออกจากระบบค้นหาของ google โดยผู้ได้รับผลประโยชน์ก็คือผู้ที่ใช้เครื่องมือค้นหาของ google ซึ่งจะได้รับข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์อย่างแท้จริง



แต่ผลกระทบนี้เต็มๆคือผู้สร้างเว็บที่มีการก้อปปี้บทความจากเว็บอื่นมาลง โดยเฉพาะผู้สร้างเว็บปั่น ไม่ว่าจะเพื่อขายสินค้าหรือหวังผลใดๆก็ตาม และนอกจากนี้ แพนด้าเองยังเป็น Algorithm ที่มีความละเอียดอ่อนมาก เรามาอ่านข้อสรุปต่อไปนี้ว่าเจ้าแพนด้าจาก google ทำไรได้บ้างนอกจากกำจัดเว็บก้อปปี้ทั้งหลายแหล่

ไม่แน่เสนอไปว่าเว็บของคุณที่มีบทความไม่ซ้ำกับใครจะรอดพ้นเจ้าแพนด้าไปได้ นอกจากแพนด้าจะจัดการกับเว็บที่มีการก้อปปี้เนื้อหาแล้ว หากเว็บของคุณมีการเน้นการทำ seo ด้วยการใช้โปรแกรมรีไรท์บทความ ก็อาจโดนเล่นงานได้ นั่นก็เพราะว่าบทความที่ผ่านกระบวนการรีไรท์ด้วยโปรแกรมส่วนใหญ่มักเป็นการนำบทความดั้งเดิมมาเปลี่ยนคำบางคำ ซึ่งหากเป็นบทความภาษาอังกฤษเรามักพบว่า บทความที่ได้มีคุณภาพต่ำมาก ฝรั่งอ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง การรีไรท์บทความโดยส่วนใหญ่ก็เพื่อหวังทำอันดับใน google ด้วยการนำบทความที่มีอยู่แล้วจากเว็บอื่นๆมาเรียบเรียงใหม่ด้วยการแทนคำที่คล้ายกันเพื่อให้ google เข้าใจว่าเป็นบทความใหม่นั่นเอง สำหรับการรีไรท์บทความยังทำได้แต่ต้องเป็นการเรียบเรียงที่มีคุณภาพไม่ใช่หวังแต่ปริมาณเพื่อให้ติด Keyword ต่างๆในหน้าค้นหา มิเช่นนั้นคุณก็อาจตกเป็นเหยื่อของเจ้าหมีแพนด้าได้

เนื้อหาสั้นมากเกินไปและไม่มีประโยชน์กับผู้อ่านก็อาจถูกเจ้าแพนด้าจับกินได้เช่นกัน เพราะโดยส่วนมากเนื้อหาสั้นๆผู้ทำ seo ส่วนมากจะถนัดกันที่จะเขียนบทความไม่เกิน 500 ตัวอักษรเพื่อหวังจะทำลิงค์ยิงเข้าเว็บของตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่จากนี้ไปคงต้องคิดใหม่ทำใหม่กันเสียแล้วครับ 



Google ยังคงสานต่อจาก Algorithm ที่ผ่านมานั่นคือการกรองเว็บไซต์หรือบทความที่ไม่มีประโยชน์กับผู้ชมออกจากระบบการค้นหา แต่ในกรณีนี้อาจจะไม่ถึงกับหายไปจากการค้นหา แต่อาจจะส่งผลให้อันดับเว็บของคุณร่วงไปอยู่หน้าท้ายๆของการค้นหาก็เป็นได้

เมื่อเราได้รู้กันแบบนี้แล้วทางออกสำหรับนักทำเว็บที่หวังผลกับ google จึงต้องมีการปรับปรุงในหลายๆเรื่องดังต่อไปนี้ 

1. หากเว็บไซต์ของคุณมีการอัพเดทบทความโดยอาศัยการลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นๆ ควรอัพเดทไม่เกิน 10 เรื่องต่อวัน และในทุกบทความให้เขียนเกริ่นนำและปิดท้ายบทความด้วยข้อความปิดท้ายที่เขียนขึ้นเอง

2. ตรวจสอบจากเครื่องมือวัดสถิติอย่างสม่ำเสมอว่าผลการค้นหาจากคำต่างๆที่ได้มาจาก google มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากเริ่มลดลงให้หยุดทำการอัพเดทเป็นการชั่วคราว

3. หากในเว็บของคุณมีบทความที่เขียนขึ้นเองรวมอยู่กับบทความที่ลอกมาจากแหล่งอื่นๆ ให้หา backlink ยิงมาที่หน้าบทความที่คุณเขียนขึ้น วิธีนี้เป็นการให้ google ให้น้ำหนักกับเว็บของคุณมากยิ่งขึ้น โดยในหน้าบทความที่เขียนขึ้นเองให้ทำเมนูลิงค์ส่งกลับไปที่หน้าแรกเท่านั้น ไม่ควรส่งต่อไปยังหน้าอื่นๆที่เป็นบทความที่คัดลอกมา

หากต้องการเพิ่มลิงค์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น คุณอาจจะเพิ่มลิงค์เข้า 48 สารบัญเว็บของ ThaiGetLink ดูรายละเอียดได้ที่ www.thaigetlink.com โดยใช้เทคนิคลิงค์ง่ายๆดังนี้ นำ URL ของหน้าบทความที่ต้องการจะโปรโมทมาใช้ในการเพิ่มลิงค์แทนหน้าแรก แต่ให้มีลิงค์เชื่อมโยงจากหน้าบทความไปสู่หน้าแรกได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้บทความของคุณมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และจะทำให้โดเมนหลักได้ผลประโยชน์ในเรื่องของการทำ seo ไปด้วย


และทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า google ได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเพื่อให้ผู้ชมได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง หากเราสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาโดยมีเนื้อหาที่มีความจริงใจต่อผู้ชมแล้ว ไม่ว่า google จะเปลี่ยนแปลง Algorithm ไปสักเพียงใด ผลกระทบก็จะไม่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณมากเท่ากับการปั่นเว็บออกมามากๆโดยมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ สุดท้ายแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นเว็บขยะในสายตาของ google นั่นเอง



ได้อ่านบทความนี้แล้วลองปรับปรุงเวป blog หรือ size ของเราให้มีเอกลักษณ์เพื่อติดอันดับใน google ได้แล้วครับ


ขอบคุณบทความจากคุณ ทวีชัย โสภาวชิราดุสิตา ทีมงาน ThaiGetLink.com

Index Google ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

เกี่ยวกับการเริ่มทำ index ให้ google จัดอันดับเวปเรา
สำหรับมือใหม่ทางด้าน SEO แล้ว การที่เห็นเวบตัวเองไปอยู่ใน Google เป็นความสุขอย่างนึง ถึงแม้ว่าจะเห็นจากการใช้พิมคำว่า site:www.เวบคุณ.com ก็เหอะ การที่เวบเรา index คือบันไดก้าวแรกที่จะทำให้คนทั่วโลกค้นพบเวบของเรา และเป็นก้าวแรกที่จะเปิดโอกาสทำเงินให้เรามากมายด้วเช่นกัน
แล้วทำยังไงล่ะถึงจะทำให้เวบเรา Index ใน Google ได้ง่ายและเร็ว? จากประสบการณ์ของผม ขอแบ่งเป็นเคสต่างๆตามนี้ละกัน
1. เวบคุณภาพ – กรณีที่เวบคุณเป็นเวบคุณภาพอยู่แล้วในสายตา Google เช่น PR สูง, Update Content สม่ำเสมอมาตลอด  ถ้าเป็นตามนี้ Post อะไรไป เดี๋ยว Google ก็ Index ให้เอง ยิ่งถ้า Post แล้ว Ping ด้วยล่ะก็ แทบจะเป็น Real Time Index กันเลยทีเดียว ไม่ถึง 1 นาที ก็ Index แล้ว
2. ได้ Back Link จากเวบคุณภาพ – ถ้าคุณเป็นเวบใหม่ๆล่ะก็ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วที่จะทำให้เวบคุณ index สิ่งที่ต้องทำก็แค่เอาเวบคุณไป Post Link ทิ้งไว้ตามเวบคุณภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็นเวบจำพวก Pligg, Digg หรืออะไรก็ได้ ทีเป็นเวบคุณภาพ มี Google Bot วิ่งไปวิ่งมาตลอดเวลา เดี๋ยวมันก็ต้องมี Bot ซักตัวแหละน่าที่วิ่งมาที่เวบคุณ
3. Ping – การ Ping เหมือนเป็นการเรียก Bot วิธีนึงที่นิยมทำกันมาก (เป็น Feature ที่มีมาอยู่แล้วกับ WordPress) สำหรับ Bot Google แล้วถึงจะเป็นเวบใหม่ขนาดไหน ถ้าคุณ Ping ไป ยังไง Bot ก็วิ่งมาเวบคุณแน่ๆ จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง แต่การที่ Bot วิ่งมาไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เวบคุณ Index นะ อย่าเข้าใจผิด !! หลายๆครั้งที่ผมทดสอบมา จะเจอว่า Bot วิ่งมาเก็บข้อมูลไปแล้วกั๊กเอาไว้ ไม่เอามาโชว์ใน Google Result ยกเว้นว่าเวบคุณจะเป็นเวบคุณภาพ Bot ถึงจะดึงข้อมูลไปแสดงผลให้ทันทีทันใด ถ้าอยากลอง Ping ผมแนะนำให้ลองที่เวบ www.pingomatic.com แต่อย่า Ping บ่อยไป ให้ Ping เฉพาะเวลาทีมี Update Content ใหม่ๆเท่านั้นก็พอครับ
ที่ผ่านมาผมจะใช้วิธี 1,2,3 ควบคู่กันมาตลอดคือ เมื่อเริ่มทำเวบแรกๆผมจะ set ให้ ping auto เพื่อให้ bot รู้ก่อนว่าเวบเรามีคุณภาพนะ update บ่อย หลังจากนั้นก็จะเอา link เดิมนี่แหละ ไป Post สร้าง Back Link ตามเวบคุณภาพ Pr สูงๆ เพื่อให้ Index พอทำอย่างงี้ไปได้ซัก 1 เดือนเท่านั้นแหละ Google ก็จะมองว่าเวบผมเป็นเวบคุณภาพแล้ว ถ้า post อะไรไปก็ตามไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ index ให้แล้วครับ เป็นอันจบสิ้นกระบวนการ Index

-----------------------------------------------------------------
ขอบคุณบทความจาก : http://www.thethaiaffiliate.com
-----------------------------------------------------------------

หาเงินออนไลน์ทำได้จริงหรือหลอกลวง

เราทุกคนต่างเคยได้รับอีเมล์ที่ส่งมาบอกว่า "ทำงานที่บ้านได้ง่ายๆ รายได้เดือนเป็นแสน" หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "มันทำได้จริงๆ ไหม? แล้วรูปแบบมันเป็นอย่างไร? แล้วเราจะทำยังไงถึงจะสามารถสร้างรายได้จากการอินเทอร์เน็ตได้อย่างจริงๆจังๆ?" ทั้งหมดนี้มักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนคงอยากรู้หลังจากได้เห็นโฆษณาหรืออีเมล์ชักชวนในการเริ่มต้นการหาเงินออนไลน์

ทำงานที่บ้าน รายได้เป็นแสน มีจริงเหรอ? คุณอาจจะเคยเห็นโฆษณา ทางหนังสือสมัครงานหรือว่าเว็บไซต์ว่า ทำงาน part time รายได้ 500-2,000 บาทต่อวัน หลายคนก็เลยอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ทำไมรายได้มันถึงดีจังเลย? หลังจากที่มีหลายๆ คนได้มีการติดต่อเข้าไป พบว่า "ส่วนใหญ่" งานที่ติดต่อเข้าไป จะเป็นลักษณะของ "แชร์ลูกโซ่ (Money Game)" ซึ่งลักษณะของ จะเป็นการชักชวนไปฟังงานสัมมนา และให้ซื้อสินค้า เพื่อจะได้เป็นหัวหน้าทีม และขยายการขายออกไปยังกลุ่มเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ โดยรายได้จะมาจากการชักชวนคนรอบๆ ตัวคุณไปร่วมงาน และในช่วงแรกก็จะอาจจะมีรายได้ แจกจ่ายผู้เข้าร่วมธุรกิจอย่างทั่วถึง แต่ผลก็คือ มีการตอบแทนผลประโยชน์ในช่วงต้นๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการร่วมลงทุนในธุรกิจให้ต่อเนื่องจนเมื่อถึงจุดที่ผู้ประกอบการระดมทุนสำเร็จตามจำนวนที่หวังไว้ก็จะหาทางปิดตัวบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายผลประโยชน์ในลำดับชั้นต่อๆไป หรืออาจจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าผู้เข้าร่วมธุรกิจที่เข้ามาในระยะหลังมีมากขึ้นจนไม่สามารถหมุนเวียนเงินตอบแทนเพื่อจ่ายผลประโยชน์ได้ก็จะเริ่มปิดบริษัท (กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ข้อสังเกตครับว่า หากมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงกว่า 20% ต่อปี หรือผลตอบแทนที่สูงมากในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือแม้แต่ 1 ปี ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่) มีคนมากมายที่ต้องหมดเงินและเสียความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนไป จากการหลงเข้าไปอยู่ในกลุ่มของธุรกิจประเภทนี้ แต่เราอาจจะเคยได้ยินคำว่าธุรกิจขายตรง มาด้วยกันเช่นกัน

แล้วธุรกิจขายตรงและธุรกิจเครือข่ายขายตรงมันต่างจากแชร์ลูกโซ่ยังไง? การขายตรงนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นธุรกิจที่เน้นขายสินค้าจริงๆ และสินค้าที่ขายนั้นต้องไม่มีราคาเกินจริงตามคุณภาพที่น่าจะเป็นจริงผ่านกระบวนการสร้างทีมงานเป็นเครือข่าย และมีผลตอบแทนจากการขายเป็นลำดับขั้น รายได้หลักของสมาชิกที่ทำธุรกิจขายตรงจะได้มาจากเปอร์เซ็นต์จากการขายเป็นหลัก ไม่ได้มาจากการชักชวนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆไปขาย ยกตัวอย่างธุรกิจขายตรงเช่น ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจที่ลงโฆษณาขายสินค้าในโทรทัศน์และเดินตลาดตามบ้าน หรือแม้แต่สาวยาคูลย์ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจขายตรงเช่นกัน

สำหรับหลายๆคนที่ไม่ต้องการหารายได้ออนไลน์ด้วยการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง เช่น ทำกิฟฟารีนออนไลน์ หรือ ธุรกิจจุดรับชำระค่าสาธารณูปโภคออนไลน์ การหาเงินจากการอินเทอร์เน็ตอย่างได้แบบที่ไม่ใช่ระบบ MLM ที่เราขอแนะนำก็มีดังนี้

1. การแนะนำและเป็นนายหน้าสินค้า (Affiliate Commerce)
เดียวนี้เราสามารถหาเงินได้จากการแนะนำ หรือบอกต่อให้คนไปซื้อสินค้ายังเว็บไซต์ต่างๆ แล้วเมื่อคนที่คุณแนะนำหรือส่งคนไปยังเว็บไซต์เหล่านั้นซื้อของ (วิธีการแนะนำก็คือ เค้าต้องคลิกจากเว็บไซต์ของเราไป) เราก็จะได้ค่านายหน้าหรือค่าแนะนำ (Affiliate Fee) โดยในเมืองไทยตอนนี้ สินค้าที่เราสามารถนำไปแนะนำและบอกต่อ มักจะเป็น โรงแรม, ทั่วร์, แต่หากเป็นของเมืองนอกจะมีความหลากหลายมากกว่า เช่น การนำสินค้าของ Amazon.com ไปขาย หรือมีเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางในการหาสินค้าไปแนะนำเพื่อหารายได้ๆ เช่น www.CJ.com, www.Linkshare.com เป็นต้น หลังจากลูกค้าซื้อสินค้าจากการคลิกมาจากเว็บไซต์ของคุณ คุณจะสามารถเห็นรายการว่า ลูกค้าซื้อเท่าไร คุณจะได้รายได้เท่าไร หลังจากนั้น เค้าจะส่งเป็นเช็กมาให้กับคุณเมื่อยอดเงินครบและถึง

2. การติดโฆษณาในหน้าเว็บของเรา (Ads Network)
เดียวนี้หลายๆ คนมีเว็บไซต์หรือ บล็อค (Blog) เป็นของตัวเองที่เอาไว้เขียนเรื่องราวต่างๆ แต่มันจะดีไหมหนอ หากเว็บบล๊อคของเราสามารถสร้างรายได้ๆ จากการนำโฆษณามาติดเอาไว้ โดยรายได้จะได้จากการที่มีคนมาคลิก (Pay Per Click) ที่ โฆษณาที่เราไปเอามาลงไว้ในเว็บของเรา เราก็จะได้เงินจากผู้ให้บริการเหล่านั้น โดยตอนนี้มีผู้ให้บริการโฆษณาที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถนำโฆษณาไปติดไว้ที่เว็บไซต์คุณ หลายแห่งเช่น Google Adsense ( www.google.com/adsense) หรือของไทย เช่น www.bumq.com, http://media.nipa.co.t

3. การขายสินค้าทางออนไลน์ (E-Commerce)
การขายของทางอินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มเป็นที่นิยมของสาวๆสมัยใหม่กันมากขึ้น เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก สินค้าเดียวนี้ก็ไปรับมาขายกันง่ายมากขึ้นจากแหล่งต่างๆ และใช้วิธีการไปลงประกาศขายสินค้าของตนตามเว็บไซต์ประกาศซื้อ-ประกาศขายฟรี ต่างๆ โดยไม่มีเว็บไซต์ของเอง เช่น www.ThaiSecondhand.com หรือบางคนก็อาจจะเปิดเว็บไซต์ของตัวเอง และนำสินค้าไปขายอยู่ในนั้น และทำการโปรโมทดึงให้คนเข้าไปซื้อสินค้าในเว็บของตน โดยในเว็บอาจจะมีระบบรับชำระเงินออนไลน์อย่าง บัตรเครดิต หรือจะโอนเงินผ่านธนาคารก็เป็นวิธีที่ฮิตมากอยู่ในปัจจุบัน ลองไปทดลองสร้างเว็บไซต์ร้านของตัวเองฟรีๆ ได้ที่ www.TARADquickweb.com รูปแบบนี้ง่ายและเหมาะสมกับสาวๆ ที่มีงานทำอยู่แล้ว และอยากจะลองทำธุรกิจออนไลน์ควบคู่กันไปด้วยได้ โดยไม่กระทบกับงานประจำ

จะเห็นได้ว่าเดียวนี้มีวิธีการสร้างรายได้ทางออนไลน์ หลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่สามารถทำได้จริงๆ และบางอย่างเป็นการหลอกลวง พวกเราเองก็ต้องดูให้ดีๆ ก่อนที่จะไปตัดสินใจ แต่ถ้าหาเราเข้าใจมันจริงๆ เราก็จะสามารถสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับตัวเองผ่านช่องทางนี้ หรือสามารถสร้างเป็นธุรกิจของตัวเองได้เลยบนโลกออนไลน์ ...แล้วคุณล่ะจะเลือกสร้างรายออนไลน์รูปแบบไหนดี?